วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กราบหลวงตา

  ....  น้อมกราบส่งหลวงตาสู่พระนิพพาน  ...
           



ภาพวันองค์หลวงตาเข้าสู่พระนิพพาน


๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ เวลา ๐๓.๕๓ นาที


ตลอดถึงวันพระราชทานเพลิงศพ


ถึงวันที่ ๕ (โดยประมาณ) มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔













































ฯ ๗๑ 





ฯ ๗๑ 

ฯ ๗๑ 
 
 
 











(ขออนุโมทนาขอบพระคุณศิษย์ผู้เอื้อเฟื้อภาพแห่งประวัติศาสตร์)

น้อมกราบหลวงตา..ด้วยเศียรเกล้า
พร้อมตั้งใจอยู่ในธรรมและความดีตลอดไป

ATM หนังสือ



จีน เปิดตัวตู้ ATM หนังสือในเมืองฟูโจว


          ห้องสมุดบริการตนเอง ตั้งอยู่ตามถนนในเมืองฟูโจวของจีน บริการนักอ่าน ไม่ต้องเสียเวลาไปห้องสมุดที่อยู่ไกล
          จีน เปิดตัวห้องสมุดบริการตนเอง 24 ชั่วโมง ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับ ตู้เอทีเอ็ม ชาวเมือง จึงตั้งชื่อเล่นให้เครื่องนี้ว่า ตู้เอทีเอ็มหนังสือ โดย จีน ได้ติดตั้งตู้เอทีเอ็มหนังสือไว้ตามถนนในเมืองฟูโจว มณฑลฝูเจี้ยน เป็นแห่งแรก

          การ ทำงานของเครื่องเบิกและคืนหนังสือนี้ ก็คล้ายกับการทำงานของตู้เอทีเอ็ม หรือ ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ พนักงานของห้องสมุดฝูเจี้ยน ได้แสดงวิธีการเบิกหนังสือจากเครื่องนี้ เริ่มด้วยการเลือกหนังสือที่อยู่ในตู้กระจกใส 3 ชั้น จำรหัสของหนังสือ แล้วไปที่หน้าจอของเครื่อง สแกนบัตรประจำตัวประชาชนกับเครื่อง กดรหัสของหนังสือ สอดธนบัตร ในช่องรับธนบัตร เท่านี้ หนังสือที่ต้องการก็จะเคลื่อนออกมาที่ช่องรับหนังสือ ค่ายืมหนังสือมีตั้งแต่ 100-500 หยวน หรือ ประมาณ 450-2,300 บาท 
          ส่วนขั้นตอนการคืนหนังสือ เริ่มด้วยการสแกนบัตรห้องสมุด กดปุ่ม คืนหนังสือ นำหนังสือวางลงในช่องรับคืน เป็นอันเสร็จสิ้น ตู้เอทีเอ็มหนังสือของจีน ยังอยู่ในขั้นของการทดลองระบบ ขณะนี้ มีหนังสือให้เลือกราว 400 เล่ม แต่หลังจากใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ จะมีหนังสือมากกว่านี้ และจะเพิ่มหนังสือใหม่ ๆ เป็นประจำ นักอ่านชาวจีน พากันชอบใจในความสะดวกของเครื่องนี้ และยังประหยัดเวลา ไม่ต้องไปห้องสมุดที่อยู่ไกล

(ไอเอ็นเอ็น)

2003QQ47



    บี บีซีนิวส์ - โฆษกของศูนย์ข้อมูลวัตถุใกล้โลกของรัฐบาลอังกฤษให้สัมภาษณ์วิทยุบีบีซีเตือน ว่า อุกกาบาตหรือดาวเคราะห์น้อยขนาดยักษ์กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้ามายังโลก และอาจจะพุ่งเข้าชนโลกในปี 2014 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า แต่โอกาสที่จะเกิดหายนะภัยรุนแรงจากการที่อุกกาบาตลูกนี้พุ่งชนโลกนั้นมี โอกาสเป็นไปได้น้อยเพียง 1 ใน 909,000 เท่านั้น
      
       นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า อุกกาบาตซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า "2003 ดับเบิลคิว 47" (2003QQ47) จะพุ่งเข้าชนโลกในวันที่ 21 มีนาคม 2014 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดของอุกกาบาตใน ช่วงอีกสองเดือนข้างหน้า และเชื่อว่ายิ่งทราบข้อมูลเกี่ยวกับอุกกาบาตมากขึ้นเท่าไร ความเสี่ยงที่อุกกาบาตนี้จะมีผลกระทบต่อโลกยิ่งน้อยลงเท่านั้น
      
       แม้โอกาสเป็นไปได้ที่อุกกาบาตจะพุ่งชนโลกมีน้อยมาก แต่พิจารณาจากขนาดและความเร็วแล้วก็น่าจับตามอง อุกกาบาตนี้มีขนาดกว้างประมาณ 0.4 กิโลเมตร และเคลื่อนตัวด้วยความเร็วประมาณ 12.43 กิโลเมตรต่อวินาที และในทางหลักการแล้ว มันสามารถสร้างความเสียหายให้กับทวีปได้ทั้งทวีป เนื่องจากมีความรุนแรงเท่า ๆ กับระเบิดปรมาณูแบบเดียวกับที่สหรัฐฯ ใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นประมาณ 20 ล้านลูก
      
       อุกกาบาตลักษณะนี้คือเศษหินที่หลงเหลือจากการก่อตัวของระบบสุริยจักรวาลเมื่อ 4,500 ล้านปีที่แล้ว ส่วนใหญ่อยู่ห่างจากโลกในระยะที่ไม่เป็นอันตรายคือ ในแนวการเคลื่อนตัวของดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี แต่อิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ขนาดยักษ์ เช่น ดาวพฤหัสบดี อาจจะทำให้อุกกาบาตหลุดออกจากวงโคจรที่ปลอดภัย และพุ่งเข้าหาโลก
      



บนดวงจันทร์



 





 โครงการ สำรวจดวงจันทร์ของมนุษย์ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ในทางหนึ่งช่วยเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับบริวารของโลกดวงนี้อย่างชักเจนมาก ขึ้นจนถึงขั้นที่หลายประเทศกำหนดเป้าหมายว่าจะส่งคนของตนขึ้นไปตั้ง "อาณานิคม" เพื่อขุดเหมืองหาแร่ธาตุพลังงานกลับมาใช้บนพื้นโลก
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางฐานความรู้ใหม่ๆ เหล่านี้มนุษย์ก็ได้ทิ้งเศษ ซากขยะไฮเทคปริมาณ มหาศาลกว่า 20 ตันกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นผิวดวงจันทร์ ในรูปแบบของซากยานอวกาศ ซากดาวเทียม ยานหุ่นยนต์ จรวดขับดัน รวมถึงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อีกมากมาย และในอนาคตขยะจะยิ่งเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเมื่อรัฐบาลมหาอำนาจต่างกำลังแข่งขัน กันอย่างหนักเพื่อครอบครองดวงจันทร์โดยสมบูรณ์



"ลูนาร์ 2" ปีพ.ศ.2502

ยาน "ลูนาร์ 2" ของสหภาพโซเวียต หรือ รัสเซียปัจจุบัน สร้างประวัติศาสตร์เป็นยานอวกาศลำแรกของโลกที่เดินทางไปถึงพื้นผิวดวงจันทร์ สำเร็จ แม้จะไปถึงด้วยการพุ่งชนก็ตาม!


"เรนเจอร์ 4" ปีพ.ศ.2505 "เรนเจอร์ 4" เป็นยานลำแรกในโครงการเรนเจอร์ของสำนักงานอวกาศสหรัฐ (นาซ่า) ที่ไปถึงดวงจันทร์ได้ แต่เพราะการลงจอดผิดพลาดทำให้แผงเซลล์สุริยะเสียหาย ตัวยานจึงไม่มีพลังงานสำหรับส่งภาพและข้อมูลต่างๆ กลับมายังพื้นโลก

"เรนเจอร์ 6-9" ปีพ.ศ.2507-2508

ยานเรนเจอร์ 6-7-8-9 ของนาซ่า เก็บภาพพื้นผิวดวงจันทร์กลับมายังโลกได้ทั้งหมด ก่อนตัวยานจะโหม่งผิวดวงจันทร์พังทั้งหมด

"ลูนาร์ 9" ปีพ.ศ.2509

โซเวียตชนะมหา อำนาจสหรัฐอีกครั้งในด้านอวกาศ หลังจาก "ลูนาร์ 9" เป็นยานอวกาศลำแรกของโลกที่ลงจอดบนดวงจันทร์อย่างปลอดภัยโดยไม่บุบสลาย หรือที่เรียกว่า "ซอฟต์ แลนดิ้ง" ทุกวันนี้ซากของมันยังตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์ตรงจุด "โอเชียน สตรอมส์"

"เซอร์เวเยอร์ 1-7" ปีพ.ศ.2509-2511

ต่อมา สหรัฐก็สามารถส่งยานเซอร์เวเยอร์รุ่นต่างๆ ไปลงจอดซอฟต์ แลนดิ้ง บนดวงจันทร์ได้สำเร็จเช่นกัน

"ลูนาร์ ออร์บิเตอร์ 1-5" ปีพ.ศ.2509

นาซ่าตั้งโครงการ ส่งยานโคจรรอบดวงจันทร์ ภายใต้รหัส "ลูนาร์ ออร์บิเตอร์" และโครงการนี้ประสบควาสำเร็จหลังจากส่งยานรุ่นต่างๆ ไปทำแผนที่ดวงจันทร์ได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์

"อพอลโล เลเซอร์ เรนจิ้ง"

"อพอลโล" เป็นชื่อโครงการที่นาซ่าส่ง "มนุษย์อวกาศอเมริกัน" ออกไปเหยียบผิวดวงจันทร์
ทุกครั้งที่ทีม มนุษย์อวกาศอพอลโล 11-14-15 ไปปฏิบัติภารกิจบนดวงจันทร์นั้นจะทิ้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์เอาไว้หลายชิ้น หนึ่งในนั้นคือเครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์ (อพอลโล เลเซอร์ เรนจิ้ง) ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์บนโลกวัดระยะห่างจากโลกกับดวงจันทร์ได้อย่างแม่น ยำ และพบว่าทุกๆ ปี ดวงจันทร์จะถอยห่างจากโลก 3.8 เซนติเมตร

"ลูนาร์ 14" ปีพ.ศ.2513

แม้โซเวียตจะแพ้ สหรัฐในด้านการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ แต่ก็มากู้หน้าด้วยการส่ง "ยานหุ่นยนต์ ลูนาร์ 14" ไปสำรวจดวงจันทร์ได้เป็นชาติแรกในโลก

"ฮิเต็น" ปีพ.ศ.2533

ญี่ปุ่นสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติที่ 3 ของโลกรองจากโซเวียตและสหรัฐ ที่ส่งยานอวกาศไปถึงดวงจันทร์ และยานลำนั้นมีชื่อว่า "ฮิเต็น"

"ลูนาร์ พรอสเปกเตอร์" ปีพ.ศ.2541

"ลูนาร์ พรอสเปกเตอร์" เป็นยานสำรวจดวงจันทร์ที่นาซ่าสร้างขึ้นมาด้วยนโยบาย สร้างยานคุณภาพดี แต่ราคาถูก มีเป้าหมายส่งไปสำรวจหลุมบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์เพื่อหา "น้ำแข็ง" แต่ก็ต้องล้มเหลว เพราะยานโหม่งกระแทกพื้นดวงจันทร์ขณะลงจอด

"สมาร์ท-1" ปีพ.ศ.2546

"สมาร์ท-1" เป็นดาวเทียมที่ "องค์การอวกาศยุโรป" ส่งไปโคจรเก็บข้อมูลของดวงจันทร์เกือบ 3,000 รอบ ก่อนบังคับให้มันพุ่งชนดวงจันทร์เพื่อยุติปฏิบัติการ


ยานลำใหม่
ปัจจุบัน "ชาติมหาอำนาจ" กำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก เพื่อเร่งเครื่องโครงการส่งคนของตนไปตั้งอาณานิคม หรือ ฐานบนดวงจันทร์ให้กลายเป็นจริง และในการเดินไปสู่ฝันครั้งนี้ก็หมายความว่าจะมีซากขยะอีกมหาศาลถูกส่งไปกอง ทิ้งอยู่บนดวงจันทร์นั่นเอง!
1. จีน : ช่วงปลายปี 2550 นี้ สำนักงานอวกาศแห่งชาติของจีนมีกำหนดการส่งยานอวกาศ "ฉางอี 1" ไปโคจรรอบดวงจันทร์ 1 ปีเพื่อทำแผนที่ 3 มิติและศึกษาส่วนประกอบความหนาของผิวดวงจันทร์ นำร่องไปสู่การส่งหุ่นยนต์และมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ต่อไป

2. ญี่ปุ่น : เร็วๆ นี้ สำนักงานอวกาศญี่ปุ่น (จาซ่า) เตรียมส่งยาน "เซลีน" ไปทำแผนที่ทั้งบนและใต้พื้นผิวดวงจันทร์ และศึกษาเรื่องแรงดึงดูดเพิ่มเติมด้วย

3. อินเดีย : ต้นปีพ.ศ.2551 "จันทรายัน 1" จะเป็นยานอวกาศลำแรกที่องค์กรวิจัยอวกาศอินเดียส่งไปทำแผนที่ดวงจันทร์ เพื่อสำรวจภูมิประเทศ ค้นหาแหล่งแร่ธาตุ น้ำแข็ง และปล่อยยานหุ่นยนต์ไปลงจอดบนผิวดวงจันทร์
4. สหรัฐอเมริกา : นาซ่าประกาศโครงการสำรวจดวงจันทร์ใหม่ในชื่อ "ลูนาร์ รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์" (แอลอาร์โอ) โดยในเดือนต.ค. ปีหน้า จะส่งยานแอลอาร์โอลำแรกไปเก็บข้อมูลอุณหภูมิ ระดับแสงอาทิย์ และค้นหาน้ำแข็ง เพื่อส่งคนไปตั้งฐานถาวรบนดวงจันทร์ 

(ข้อมูลจาก : www.popsci.com )

matichon